ภูลังกา วัดถ้ำชัยมงคล อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ บันได 3,000 ขั้น

  15 ตุลาคม 2559 22:04    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 14279  

ภูลังกา

 

ภูลังกา วัดถ้ำชัยมงคล

 

เดินทางเริ่มจากอำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี เข้าพักค้างคืนที่บ้านพักลุงโม่งริมโขง เลขที่ 55 หมู่ที่ 7 บ้านดอนแพง ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม โทรศัพท์ 080-0082656 และ 085-7464947  ลักษณะห้องพักเป็นแบบแยกหลังๆ  น่าจะเป็นที่พักที่เพิ่งเปิดใหม่ ภายในห้องกว้าง สะอาด มี WiFi เน็ตแรงใช้ได้เลย  ราคา 300 บาท/คืน แถมมีที่จอดรถโล่งกว้าง และมีกาแฟยามเช้า เราพักผ่อนและเตรียมพร้อมที่นี่…

 

ด้วยเป้าหมายที่เข้าใจไม่ตรงกัน  กล่าวคือ ผมนึกว่าแฟนผมต้องการจะขึ้นไปตรงจุดพระธาตุภูกองข้าว ภูลังกา แต่ที่ไหน? ได้ เธอต้องการที่จะขึ้นไปยังเจดีย์หลวงปู่เสาร์ และถ้ำหลวงปู่ครูบาวัง  (โอ้วย…ขนาดคุยกันมาตั้งนาน วางแผนกันเป็นอย่างดีแล้วนะ) สรุปคือ เราวางแผนผิดครับ…เราตื่นเช้ามากๆ ในวันพระใหญ่  (บุญข้าวสาก) ในใจคาดหวังว่า…น่าจะมีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลขึ้นไปทำบุญที่ ภูลังกา….

 

เวลาประมาณ 7.00 น. ท่ามกลางสายฝนที่หลั่งรินปนเปตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ทำให้เราละความพยายาม ทว่า กลับมุ่งหน้าหน้าสู่จุดขึ้นบริเวณอุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พอไปถึง…ไม่มีรถจอดแม้แต่คันเดียว มีเพียงเจ้าหน้าที่อุทยาน…ที่คอยอยู่เวรยาม ด้วยความที่ไม่เคยขึ้นจุดนี้ และไม่แน่ใจว่าจะมีบันได หรือช่องทางขึ้นหรือไม่ ที่สำคัญ….อยากรู้ว่าวันนี้จะมีคนอื่นขึ้นหรือไม่ นอกจากเราสองคน…

 

ผมลังเลใจสักพัก…ในขณะที่แฟนผลักหลังให้เดินเข้าไปสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อุทยาน…ได้ความว่า จุดนี้…สามารถขึ้นสู่พระธาตุภูกองข้าว บนภูลังกาได้ก็จริง แต่จะต้องผ่านเส้นทางที่ลำบากพอสมควร ด้วยระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร แถมไม่มีบันไดขึ้นอีกต่างหาก พอได้ทราบข้อมูล…เราไม่ได้กลัวการเดินทาง  แต่มันไม่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้…ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแนะนำให้ขึ้นที่จุด วัดถ้ำชัยมงคล อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จะสะดวกกว่า….หลงทางเสียเวลา…หลงติดยาเสียอนาคต  คำนี้ยังไงใช้ได้ดี…

 

เราไม่รอช้า…เดินทางด้วยรถยนต์คู่ใจผ่าสายฝนที่กำลังตกหนัก…มุ่งหน้าสู่ จุดขึ้น  วัดถ้ำชัยมงคล อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งต้องขอนำเรียนทุกท่านนะครับว่า…วัดถ้ำชัยมงคล มีอยู่ 2 ที่ นั่นคือ บนภูลังกา และด้านล่างภูลังกา จุดที่เรากำลังจะเล่าต่อไปนี้ คือจุดขึ้น วัดถ้ำชัยมงคล (ด้านล่าง) นอกจากนั้นเส้นทางสู่ภูลังกายังสามารถขึ้นได้หลายจุด ดั่งที่ผมได้นำเรียนไป….ณ จุดวัดถ้ำพวง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เมื่อหลายปีที่แล้ว…

 

 วัดถ้ำชัยมงคล

 

มุ่งหน้าสู่ วัดถ้ำชัยมงคล

 

เราเดินทางแบบไม่รีบเร่งเท่าไหร่นัก…เนื่องจากฝนตกหนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที กับระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร (จากอุทยานแห่งชาติภูลังกา ถึง วัดถ้ำชัยมงคล) นั่นหมายความว่า…ทุกท่านสามารถพักค้างคืนได้ทั้งที่ บ้านแพง บึงโขงหลง หรือ เซกา ก็ได้ ระยะทางการเดินทางสู่ วัดถ้ำชัยมงคลไม่แตกต่างกันมากนัก…

 

เวลาประมาณ 8.00 น. เราถึงที่หมาย…จุดเลี้ยวเข้าไปยังวัดถ้ำชัยมงคล ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะหลักกิโลเมตรที่ 4-5 ก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอบึงโขงหลง  แนะนำให้วิ่งรถช้าๆ นะครับ เพราะป้ายบอกทางไม่ค่อยเด่นชัดเท่าไหร่นัก (ถ้าหลงทางก็สอบถามชาวบ้านว่า…เส้นทางไปบ้านนาอ่าง ไปทางไหน? แต่จุดขึ้นไม่ได้อยู่บ้านนาอ่างนะครับ หากแต่ใช้เส้นทางนั้น

 

โชคดีจัง…ได้ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเช้า

 

สายฝนที่กระหน่ำ…ทำให้เรามีความจำเป็นต้องจอดรถในบริเวณวัดถ้ำชัยมงคล สักครู่ใหญ่…ระหว่างนั้นผมสังเกตว่า มีผู้คนกำลังตระเตรียมภัตตาหารอยู่จำนวนหนึ่ง สิ่งที่น่าแปลกก็คือ เช้าวันพระใหญ่…ทำไม? ผู้คนที่มาทำบุญถึงน้อยผิดวิสัย ตอนแรกผมนึกว่า…ถวายภัตตาหารเสร็จไปแล้วเสียอีก ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว…ลงไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน

 

หลังจากที่เราลงจากรถขึ้นไปยังศาลาการเปรียญ…พบว่ามีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 10 กว่าท่าน และผู้ที่มาปฏิบัติธรรมประมาณ 6-7 ท่าน น่าเสียดายที่เราไม่ได้เตรียมอาหารมาเลย เนื่องจากตั้งใจว่าจะนำอาหารแห้งขึ้นไปถวายบนภูลังกา แต่ไม่เป็นไร…ฝนตกขนาดนี้เราอาจจะไม่ได้ขึ้นไปก็เป็นได้…จึงตัดสินใจนำไปถวายพระสงห์เสียตรงนี้เลย ทำบุญที่ไหน? ก็คงได้บุญเหมือนๆ กัน….คิดอย่างนั้น

 

 ภูลังกา

 

หลังจากถวายภัตตาหารเสร็จ…ระหว่างเติมพลังด้วยพาถอย…ได้พูดคุยกับชาวบ้านได้ทราบข้อมูลว่า สาเหตุที่วัดถ้ำชัยมงคลแห่งนี้ มีชาวบ้านมาทำบุญไม่มาก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเจ้าอาวาส ในวัดมีพระสงฆ์รุ่นใหม่ๆ จำพรรษาอยู่ประมาณ 4 รูป (เท่าที่นับจำนวนที่ท่านลงมาฉันภัตตาหารนะครับ) ชาวบ้านเล่าว่า…ยังมีพระอีกหลายรูปที่ท่านไม่ได้ลงจากภูลังกา (สิ่งที่สกิดใจผมขึ้นมาในตอนนั้นก็คือว…ตำนานภูลังกา ที่ว่า พระสงฆ์ที่จำพรรษาที่นี่ หากไม่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ในศีลในธรรม จะอยู่ไม่ได้ ผมจึงไม่ถามชาวบ้านต่อ…และยังคงความเลื่อมใสในพระสงฆ์ทุกรูปที่อยู่ที่นี่…แม้ท่านจะพรรษาไม่มากก็ตามที

 

 ภูลังกา บึงโขงหลง

 

สิ่งที่น่าแปลกมากๆ

 

หลังจากที่เราถวายภัตตาหารเสร็จ…เมฆฝน ไม่รู้หายไปไหน…ท้องฟ้าเริ่มเปิด แสงแดดเริ่มนำทาง…ราวกับรู้ว่าธรรมชาติรับรู้ถึงความตั้งมั่นที่จะก้าวเดินสู่ภูลังกาของเรากระนั้น  สาเหตุ 2 ประการ ที่ทำให้ผมและภรรยาดั้นด้นมาถึงที่นี่ คือ การเสพข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับภูลังกา เมืองบังบด ตำนานพญานาคมาเยอะ และความเลื่อมใสศรัทธาที่เกิดจากการได้ศึกษาความเพียรในศีล ในธรรม ของหลวงปู่ครูบาวัง หลวงปู่เสาร์ ตำนานพระสายกรรมฐาน….นั่นเอง ว่ากันง่ายๆ…แม้ว่าจะไม่มีใครขึ้นด้วย เราก็จะขึ้นไปกันสองคน

 

เวลาประมาณ 10.00 น. เราเข้าไปกราบพระบริเวณข้างๆ บันไดพญานาค….ในใจระลึกถึงแต่สิ่งดีงาม ความตั้งมั่นที่ตั้งใจเดินทางมาที่นี่ ทันใดนั้น…ก็มีครูบาอาจารย์เดินมาพร้อมกับน้ำขวดขนาดกลาง 2 ขวด ยื่นให้ผมและภรรยา…ท่านแนะนำเทคนิคการหายใจระหว่างเดินทาง เราพร้อมแล้วที่จะเดินทางสู่ยอดภูลังกา….ไปกันเลย

 

 ภูลังกา

 

สิ่งที่ผมแปลกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ….

 

มีแม่ขาว….อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งท่านตระเวนเดินทางมาปฏิบัติธรรม ไม่ได้ยึดติดวัดใดๆ แต่วันนี้ท่านอยู่ที่วัดถ้ำชัยมงคล…และเดินตามหลังเรามาแบบไม่บอกกล่าว  เดินทางได้สักระยะหนึ่งท่านถึงบอกเราว่า…ขอตามขึ้นไปด้วยอยากเห็น และอยากขึ้นไปสวดอิติปิโส….ถ้าเดินทางไม่ไหวก็จะกลับลงมาว่างั้น เรารู้สึกโชคดีมากที่มีคนนำทาง ฤ คนร่วมทางเพิ่มอีก 1 คน อย่างน้อยเราก็คลายความรู้สึกกลัวลงได้บ้าง…ณ วินาทีนั้น…ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าท่านจะไปกับเราได้ตลอดรอดฝั่ง…แม้กระทั่งตัวผมเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะขึ้นไหว? หรือไม่

 

 ภูลังกา

 

กับระยะทางประมาณ 3,000 ขั้นบันได ทำเอาเรารู้สึกเหนื่อยหอบพอสมควรในช่วงการเดินทางระยะแรกๆ โดยช่วงแรกเส้นทางจะเป็นบันไดคอนกรีตมีแมกไม้ร่มเงาตลอดทาง เส้นทางไม่ชันมากนัก ลัดเลาะเนินภูลังกาขึ้นไปเรื่อยๆ เราเดินทางแบบช้าๆ …เหนื่อยก็พักดื่มน้ำ ชมความงามทางธรรมชาติตลอดการเดินทาง แวะ selfie บ้าง….พอเราเริ่มฝึกหายใจตามที่ครูบาอาจารย์ได้บอก เราก็จะเริ่มทรงตัว ไม่เหนื่อยเท่าไหร่นัก

 

เข้าสู่ช่วงที่ 2 เริ่มเข้าสู่บันไดเหล็กแบนสีน้ำตาล เส้นทางเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงมีร่มเงาแมกไม้สลับ ถือว่าไม่ร้อนมากครับ มาถึงจุดนี้แม่ขาว…เริ่มขอนำหน้าไปก่อน เราเริ่มพักถ่ายภาพมากขึ้นตามระดับ…ความเหนื่อยที่เพิ่มขึ้น

 

เข้าสู่ช่วงที่ 3  เริ่มเข้าสู่บันไดเหล็กเส้น ซึ่งระดับความชันของเส้นทางจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องใช้มือดึงเหล็กเส้นนำพาตัวเราขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับท่านไหน? ที่กลัวความสูงระยะนี้อาจทำให้ท่านตัดสินใจเดินทางถอยหลังกลับบ้าน…(มาถึงจุดนี้แสดงว่าครึ่งทางครับ)

 

เข้าสู่่ช่วงที่ 4 เริ่มขึ้นสู่ภูลังกาด้วยบันไดสีแดง จุดนี้อยู่กลางแจ้ง จึงทำให้เหล็กที่โดนแสงแดด ร้อนเป็นพิเศษ…จุดนี้เสี่ยงต่อการเป็นลมแดดสุดๆ ครับ เพราะเราจะต้องรีบเดินให้ผ่านพ้นแสงแดดโดยเร็วนั่นเอง (สำหรับท่านที่แสวงบุญ…ให้นำรองเท้ามาด้วยนะครับ เหล็กมันร้อนมากๆ)

 

เข้าสู่ช่วงที่ 5 ถึงหลังภูลังกาแล้ว…เดินลัดเลาะตามเส้นทางราบไปยัง 3 จุดที่เราตั้งใจไว้ ได้แก่ เจดีย์หลวงปู่เสาร์  ศาลาแดง และถ้ำหลวงปู่ครูบาวัง เราใช้เวลาในการเดินทางจากวัดถ้ำชัยมงคล จนกระทั่งถึงเจดีย์หลวงปู่เสาร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง และใช้เวลาในการเดินทางในพื้นที่ 3 จุดข้างต้นประมาณ 1 ชั่วโมง (แต่ทั้ง 5 ช่วงดังกล่าว การเดินทางไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ)

 

 ภูลังกา บึงกาฬ

 

สิ่งที่น่าแปลกเป็นครั้งที่ 3

 

บนภูลังกา…เราแทบไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์เล็ก สัตว์น้อย หรือสัตว์ป่าอื่นๆ เลย…เจอเพียงสุนัข และแมว ที่ไม่ทราบที่มาว่าขึ้นมาบนภูลังกาแห่งนี้ได้อย่างไร

 

เมื่อขึ้นมาถึงยอดภูลังกา…เราพักเหนื่อยครู่ใหญ่ๆ ก่อนจะเดินทางไปยังเจดีย์หลวงปู่เสาร์ แม่ขาว…นำพาเราเข้าไปเดินเวียนขวารอบเจดีย์หลวงปู่ครูบาวัง…ในใจพรางสวดอิติปิโส…ผมสวดไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นท่องพุทโธ…พุทโธ…ซ้ำๆ เดินจนครบ 3 รอบ หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยัง ศาลาแดง ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผา….จุดนี้จะมีองค์พระขนาดใหญ่ ซึ่งกลุ่มศรัทธาพญานาค พึ่งขึ้นมาสร้างได้ไม่นาน…ยังไม่แล้วเสร็จดีนัก และเจดีย์อัฐิธาตุของหลวงปู่เสาร์…

 

จุดสุดท้ายที่เราเดินทางไป ก็คือ ถ้ำหลวงปู่ครูบาวัง

 

ซึ่งอยู่อีกฝั่งฟากของศาลาแดง….ด้วยแสงแดดช่วงเวลา 13.00 -14.00 น. มันร้อนมากๆ ผมนึกในใจว่า…ถ้าเราไม่โชคดีฝนตกในช่วงเช้า…ระดับความร้อนคงรุนแรงกว่านี้

 

เราเดินทางสักพัก…ก็ถึงที่หมาย คือ ถ้ำหลวงปู่ครูบาวัง ซึ่งเป็นวัดถ้ำชัยมงคล วัดดั้งเดิมตั้งแต่ที่ยังไม่มีวัดถ้ำชัยมงคลที่อยู่ด้านล่าง บริเวณถ้ำชัยมงคลแห่งนี้กว้างมากๆ แบ่งแยกโซนระหว่างฆราวาส กับ พระภิกษุสงฆ์ชัดเจนด้วยโขดหิน สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อย่างก้าวเข้าสู่บริเวณนี้ คือ ความสงบ ฉ่ำเย็น อันเกิดจากกระแสน้ำที่ไหลลงจากด้านบนของภูลังกา….

 

ผมถอดรองเท้า…และเดินนำทาง เนื่องจากเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง….หลังจากกราบพระเสร็จ ระลึกถึงความดีต่างๆ ผมรู้สึกว่าอยากจะนั่งสงบจิตสงบใจสักพัก…สิ่งที่ผมคิดว่าผมสัมผัสได้ระหว่างนั่งทำสมาธิ คือ ความเงียบ ความเย็น ความสงบ และสิ่งที่ปกป้องรักษาถ้ำแห่งนี้…ผมไม่รู้สึกว่าจะมีภัยอัตรายใดๆ เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มีเพียงเรา 3 คนที่อยู่บนภูลังกาแห่งนี้ในวันนั้น…

 

เราใช้เวลาอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้นานกว่าจุดอื่น…นั่งฟังแม่ขาวเล่าประวัติความเป็นมาเพลินๆ ก่อนที่เราจะลากลับสู่จุดเริ่มต้น พร้อมๆ กับพลังใจ พลังจิตที่เราได้รับจากดินแดนที่ผมเชื่อว่า เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้…

 

เราใช้เวลาเดินทางลงจากภูลังกา ถึง พื้นดิน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ในขณะที่แม่ขาว ผู้ร่วมทางใช้เวลาน้อยกว่าเรา เพราะท่านนำหน้าไปก่อนเรา อาจด้วยท่านจะต้องรีบลงเพื่อเตรียมทำวัตรเย็น กระมัง…

 

 ยอดภูลังกา

 

จิตที่เป็นกุศล สู่เรื่องราวดีดี ก่อนกลับบ้าน

 

หลังจากที่เราเดินทางลงมาถึงพื้นดิน ระดับความเหนื่อยล้า…ความหิวโหยเริ่มมาเยือน เพราะเราไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 15.30 น. เราโชคดีมากๆ ที่ลงมาถึง…มีคุณพ่อท่านหนึ่งท่านมาตัดหญ้าภายในวัด กำลังเตรียมอาหารที่เหลือจากการถวายภัตตาหารในตอนเช้า แถมตำส้มตำอร่อยๆ สุดๆ ไว้รอ…ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านต่างเชิญชวนให้เรารับประทานอาหารก่อนเดินทางกลับบ้าน พร้อมถามไถ่ที่ไปที่มาของเราสองคน…ณ ตอนนี้ผมพูดได้คำเดียวเลยครับว่า  อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่ผมจะจดจำได้มิรู้ลืม…และเป็นอาหารมื้อที่อร่อยมากๆ

 

ทิ้งท้าย…สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางขึ้นไปยังภูลังกา ณ จุดวัดถ้ำชัยมงคล อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ แห่งนี้ แนะนำให้ท่านเตรียมความพร้อมพอสังเขปดังนี้นะครับ

 

 วัดถ้ำไชยมงคล

 

1. แนะนำให้เดินทางมาในวันพระใหญ่…เพราะเราจะมีโอกาสมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มเติม

 

2. แนะนำให้เตรียมเสื้อมาเปลี่ยนด้วยนะครับ เพราะหลังจากที่เราลงมาถึงพื้นดินเสื้อเราจะเน่า และเหม็นมากๆ จากเหงื่อที่หลั่งไหล

 

3. แนะนำให้ใส่กางเกง รองเท้าผ้าใบ เสื้อยืดที่ใส่สบายๆ ระบายความร้อนได้ดี ว่าง่ายๆ คือ แต่งกายให้เหมาะสมกับการมาวัด และปีนเขา นั่นละครับ (หรือเลือกที่จะเดินทางในฤดูหนาว ก็เป็นทางเลือกที่ดี)

 

4. แนะนำให้พกน้ำ และเสบียงมาด้วย เผื่อว่าไม่โชคดีเหมือนผมที่มีคนเตรียมอาหารไว้รอ…เวลาลงมาถึงพื้นจะได้มีอาหาร และให้นำน้ำดื่มขึ้นไปด้วยอย่างน้อย คนละ 2 ขวดขนาดกลาง ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรนำขึ้นไปด้วย

 

5. แนะนำให้หาเพื่อนร่วมทางไปด้วย ยิ่งมากยิ่งดี…ประสบการณ์ที่ผมเดินทางไป 2 ครั้ง เพื่อนมักจะปฏิเสธอย่างถาวร…กับการเดินทางเส้นทางนี้

 

6. ความศรัทธา ความมุ่งมั่น และจิตที่เป็นกุศล จะนำพาทุกท่านให้สามารถเดินทางสู่เป้าหมายได้สำเร็จ และกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ผมเชื่ออย่างนั้น

 

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับสิ่งที่หมายปอง และเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะครับ โอกาสหน้าเจอกันใหม่

บทความ
ล้านตำอร่อย โพนพิสัย ณ ปตท.โพนพิสัย ร้านอาหารแห่งใหม่
ล้านตำอร่อย โพนพิสัย ณ ปตท.โพนพิสัย ร้านอาหารแห่งใหม่

ล้านตำอร่อย โพนพิสัย   “สติ๊กเกอร์ Application Line สุขสดชื่น สมหวัง เด้งซ้ายเด้งขวาขึ้นตั้งแต่ 6 โมงเช้า ราวกับผู้ส่งตั้งโปรแกรมไว้ให้ส่งแบบอัตโนมัติ เย้ เย้ เย้ วันศุกร์หรรษาแล้วสินะ…หัวใจร้องกระโดดโลดเต้นหนูอยากกลับบ้านๆ เติมเต็มแรงบันดาลใจ”   วันศุกร์นี้ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ฤ แตกต่างจากทุกๆ ศุกร์ที่ผ่านมา ภาพการเคลื่อนย้ายตามวิถึชีวิตของคนทำงาน ทำงาน และก็ทำงาน ยังคงวนเวียน (บ้าน ที่ทำงาน บ้าน ที่ทำงาน) อยู่เช่นเดิมซ้ำๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่จรจากบ้านเกิด ครอบครัว อันอบอุ่น เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง…ผ ...

ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง  3 ห่วง 2 เงื่อนไข สู่ 1 ไร่ 1 แสน
ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข สู่ 1 ไร่ 1 แสน

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ?   แนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  3  ห่วง คือ การวางแผนในการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือ เศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่ง จะประกอบด้วย 3 อาชีพ คือ อาชีพสิกรรม (ทำนา) อาชีพประมง (เลี้ยงสัตว์น้ำ) และอาชีพปศุสัตว์ (เลี้ยงสัตว์)  รูปแบบการทำให้ พอประมาณ  ตามอัตภาพ (พื้นที่ และค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคล) ไม่ต้องปรับให้ตรงรูปแบบทุกอย่าง  และใช้เหตุผล (ปัญญา) ในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเอง ลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ เกิดผลลัพธ์ เป็น ภูมิคุ้มกัน ในการดำรงชีพต่อไป < ...

ตลาดรัตนวาปี 9 ย่างสู่ความสำเร็จ ตลาดสดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ตลาดรัตนวาปี 9 ย่างสู่ความสำเร็จ ตลาดสดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ตลาดรัตนวาปี   ตลาดสดชุมชนรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปากท้องของกระผมเลยก็ว่าได้ อย่างว่าล่ะครับ…ทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะพลัดถิ่นจากบ้านเกิดเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ ทว่า ความสุขที่เกิดจากการอิ่มท้อง สะดวก สบาย และได้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่เราคาดหวัง เอาล่ะวันนี้…เรามาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ “ตลาดรัตนวาปี” กันดีกว่า…ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง   จุดแข็งที่น่าสนใจของ ตลาดรัตนวาปี คือ เหล่าพ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่ปลูกผัก ถั่วฝักยาว แตงกวา ข้าวโพด  บา ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน